11th November 2008

ลอยกระทง การแข่งขัน

ลอยกระทง

การแข่งขันผู้นำชาวยุทธ ในตำแหน่งเจ้าแห่งการทำ seo ลอยกระทง ครั้งที่ 1.45 ได้เริ่มต้นขึ้นแล้ว

การแข่งขัน เพื่อค้นหาสุดยอด ผู้ที่จะสามารถทำ SEO ( Search Engine Optimization ) ที่เก่งที่สุด
ได้เริ่มต้นขึ้น โดย ใช้กติกาว่า ใครทำให้คำว่า ลอยกระทง

ขึ้นในหน้าแรกได้ คนนั้นจะได้ทุกอย่างไป สิ่งที่เขาจะได้ก็มี

  • ดาบฆ่ามังกร
  • คัมภีร์ล้างไขกระดูก
  • ฝาขวดน้ำอัดลม 2 ฝา
  • ฮูล่าฮูป (สำหรับไว้บริหารเอว เพื่อลดความอ้วน )
  • ได้ไปงาน ลอยกระทง กับน้อง โฟมด ( อ่านว่า น้อง โฟม-ดอ )
  • ไม่มีแล้ว

อยากทำ blog มาได้ keywords คำว่า ลอยกระทง ในเว็บ bloggang ของเราเฉย แหละครับ แต่นึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไรดี

นี่ก็ดึกมาแล้ว อยากลาน้องแก้ว ไปนอนตีพุง

ไหน ๆ ก็จะจาก แล้ว ขอฝากอีก 1 ดอก ละกัน ลอยกระทง

ชีวิต ไม่มีอะไร จะไร้สาระไปกว่านี้อีกแล้ว แต่ เรานึกถึงคำนี้เสมอ

How much can you know about yourself if you‘ve never been in a fight?

posted in ลอยกระทง | 0 Comments

11th November 2008

ลอยกระทง นางนพมาศ

ลอยกระทง ความสนุกสนาน บันเทิงใจในประเพณี ลอยกระทง ได้ก่อเกิดเป็นสำนึกทางความคิดที่ฝังรากลึกในปัจเจกบุคคล เฉกเช่นในปัจจุบันนี้ การเปลี่ยนแปลงสำนึกทางความคิดนี้มิอาจที่ถูกก่อขึ้นมาอย่างลอย ๆ แต่ได้ก่อตัวขึ้นจากการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ มากมาย ( การเปลี่ยนแปลงทางด้านทัศนคติของการพัฒนาที่มิทิศทางเดียว กับ การแบ่งแยกชีวิตออกเป็นส่วน ๆ ) ทำให้สังคมที่บกพร่องซึ่งความรู้ความเข้าใจ ในแก่แกนของสาระสำคัญของประเพณี ลอยกระทง

การบกพร่องซึ่งความรู้ความเข้าใจในประเพณี ลอยกระทง ทำให้หลายต่อหลายครั้งคนในสังคมไม่มีความรู้ความเข้าใจ นัยยะ ของประเพณี ตลอดจนไปถึงการมองข้ามเรื่อง นางนพมาศ กระนั้นจึงมิใช่เรื่องแปลกประหลาด ที่สังคมซึ่ง บกพร่องทางความรู้ความเข้าใจ จะก่อเกิดการแปลเปลี่ยน สำนึกทางความคิดใหม่ ที่มุ่งเน้นแต่ความสนุกสนาน บันเทิงใจ ตัวอย่างที่เห็นได้อย่างชัดเจน คือ บทเพลงที่มีชื่อว่า ลอยกระทงวันสงกรานต์

ประเพณีลอยกระทงจึงมิใช่ประเพณีที่เกิดขึ้นมาอย่างลอย ๆ และคงมิได้เกิดมาเพื่อความบันเทิงใจ แต่ประเพณีลอยกระทงยังคงเกี่ยวข้องกับ ศาสนา หรือ กระนั้น ประเพณีลอยกระทงยังคงผูกติดกับเรื่องราวของบุคคล ในประวัติศาสตร์ นางนพมาศ อย่างแนบแน่น เกี่ยวข้องที่ทำให้เกิดการ เปลี่ยนแปลงโลกทัศน์ของชนชั้นผู้นำไทย ( ในเรื่องเวลา)

posted in ลอยกระทง | 0 Comments

11th November 2008

ลอยกระทง ตำนานลอยกระทง

ลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่งจะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตกต่างกันไป ส่วนใหญ่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน 12 หรือวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 12 อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียน หรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัวฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ ตามความเชื่อของแต่ละแห่ง

ประเพณีลอยกระทงไม่ได้มีแต่ในไทยเท่านั้น ที่จีน อินเดีย เขมร ลาวและพม่าก็มีการลอยกระทงคล้ายๆกับบ้านเรา จะต่างกันก็ตรงที่รายละเอียด พิธีกรรมและความเชื่อในแต่ท้องถิ่น

พระยาอนุมานราชธน ได้สันนิษฐานว่า ต้นเหตุแห่งการลอยกระทงอาจมีมูลฐานเป็นไปได้ว่า การลอยกระทงเป็นคติของชนชาติที่ประกอบกสิกรรม ซึ่งต้องอาศัยน้ำเป็นสำคัญ เมื่อพืชพันธุ์ธัญชาติงอกงามดีและเป็นเวลาที่น้ำเจิ่งนองพอดี ก็ทำกระทงลอยไปตามกระแสน้ำไหลเพื่อขอบคุณแม่คงคาหรือเทพเจ้าที่ประทานน้ำมาให้ความอุดมสมบูรณ์ และเมื่อเสร็จแล้วจึงเล่นรื่นเริงด้วยความยินดี เท่ากับเป็นการสมโภชการงานที่ได้กระทำว่าได้ลุล่วงและรอดมาจนเห็นผลแล้ว

ต่อมาเมื่อมีความเจริญแล้ว การวิตกทุกข์ร้อนเรื่องเพาะปลูกว่าจะไม่ได้ผลก็น้อยลงไป แต่ก็ยังมีการบวงสรวงตามที่เคยทำมาจนเป็นประเพณี เพียงแต่ปรับให้เข้ากับความเชื่อของทางศาสนาที่ตนนับถือ เช่น มีการทำบุญเพิ่มขึ้นในทางพุทธศาสนา แต่ที่สุดก็เหลือแต่การเล่นสนุกสนานรื่นเริงเป็นส่วนใหญ่

เหตุที่ทำกระทงเป็นรูปดอกบัวนั้น ในหนังสือตำรับท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือตำนานนางนพมาศ พระสนมเอกของพระมหาธรรมราชาลิไทย หรือพระร่วงแห่งกรุงสุโขทัย ได้กล่าวถึงวันเพ็ญเดือนสิบสองว่า เป็นเวลาเสด็จประพาสลำน้ำตามพระราชพิธีในเวลากลางคืน และได้มีรับสั่งให้บรรดาพระสนมนางในทั้งหลายตกแต่งกระทงประดับดอกไม้ธูปเทียนนำไปลอยน้ำหน้าพระที่นั่ง ในคราวนั้นท้าวศรีจุฬาลักษณ์หรือนางนพมาศ พระสนมเอก (แต่การศึกษาประวัติศาสตร์ปัจจุบันหลายชิ้นระบุว่า นางนพมาศไม่มีจริง) ก็ได้คิดประดิษฐ์กระทงเป็นรูปดอกบัวกมุทขึ้น

เนื่องจากเห็นว่าเป็นดอกบัวพิเศษที่บานเวลากลางคืนเพียงปีละครั้งในวันดังกล่าว สมควรทำเป็นกระทงแต่งประทีป ลอยไปถวายสักการะรอยพระพุทธบาท เมื่อพระร่วงทรงรับทราบถึงความหมายดังกล่าวจึงมีพระราชดำรัสว่า “แต่นี้สืบไปเบื้องหน้าโดยลำดับ กษัตริย์ในสยามประเทศถึงกาลกำหนดนักขัตฤกษ์ วันเพ็ญเดือน 12 ให้นำโคมลอยเป็นรูปดอกบัว อุทิศสักการบูชาพระพุทธบาทนัมมทานที ตราบเท่ากัลปาวสาน” ด้วยเหตุนี้เราจึงเห็นโคมลอยรูปดอกบัวปรากฏมาจนปัจจุบัน

สำหรับตำนานการลอยกระทงตามความเชื่อของพุทธศาสนากล่าวไว้ว่า ก่อนที่พระพุทธองค์จะตรัสรู้นั้น ได้ประทับอยู่ใต้ต้นโพธิ์ ใกล้แม่น้ำเนรัญชรา กาลวันหนึ่ง นางสุชาดาอุบาสิกาได้ให้สาวใช้นำข้าวมธุปายาส (ข้าวกวนหรือหุงด้วยน้ำผึ้งหรือน้ำอ้อย) ใส่ถาดทองไปถวาย

เมื่อพระองค์เสวยหมดแล้ว ก็ทรงตั้งสัตยาธิษฐานว่า ถ้าหากวันใดจะสำเร็จเป็นพระพุทธเจ้า ก็ขอให้ถาดลอยทวนน้ำ ด้วยแรงสัตยาธิษฐานและบุญญาภินิหาร ถาดก็ลอยทวนน้ำไปจนถึงสะดือทะเล แล้วก็จมไปถูกขนดหางพระยานาคผู้รักษาบาดาล พระยานาคตื่นขึ้น พอเห็นว่าเป็นอะไรก็ประกาศก้องว่า

บัดนี้ได้มีพระสัมมาสัมพุทธเจ้าอุบัติขึ้นในโลกอีกองค์แล้ว ครั้นแล้วเทพยดาทั้งหลายและพระยานาคก็พากันไปเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้า พระยานาคก็ได้ขอให้พระพุทธองค์ประทับรอยพระบาทไว้บนฝั่งแม่น้ำเนรัญชรา เพื่อพวกเขาจะได้ขึ้นมาถวายสักการะได้ พระองค์ก็ทรงทำตาม ส่วนสาวใช้ก็นำความไปบอกนางสุชาดา ครั้นถึงวันนั้นของทุกปีนางสุชาดาก็จะนำเครื่องหอมและดอกไม้ใส่ถาดไปลอยน้ำเพื่อไปนมัสการรอยพระพุทธบาทเป็นประจำเสมอมา และต่อๆมาก็ได้กลายเป็นประเพณีลอยกระทงตามที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

กล่าวได้ว่าประเพณีการลอยกระทงถือเป็นคติธรรมอย่างหนึ่ง ที่บอกนัยให้พุทธศาสนิกชินได้เจริญรอยตามพระบาทของพระพุทธองค์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แห่งความดีงามทั้งปวงนั่นเอง

ส่วนตำนานความเชื่อของศาสนาพราหมณ์บอกว่า พิธีลอยประทีปแต่เดิมทำขึ้นเพื่อบูชาเทพเจ้าทั้งสามคือ พระอิศวร พระนารายณ์และพระพรหม เป็นประเภทคู่กับลอยกระทง ก่อนจะลอยก็ต้องมีการตามประทีปก่อน ซึ่งตามคัมภีร์โบราณอินเดียเรียกว่า “ทีปาวลี” โดยกำหนดทางโหราศาสตร์ว่า

เมื่อพระอาทิตย์ถึงราศีพิจิก พระจันทร์อยู่ราศีพฤกษ์เมื่อใด เมื่อนั้นเป็นเวลาตามประทีป และเมื่อบูชาไว้ครบกำหนดวันแล้ว ก็เอาโคมไฟนั้นไปลอยน้ำเสีย ต่อมาชาวพุทธเห็นเป็นเรื่องดี จึงแปลงเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทและการับเสด็จพระพุทธเจ้าดังที่กล่าวข้างต้น โดยมักถือเอาเดือน 12 หรือเดือนยี่เป็งเป็นเกณฑ์ (ยี่เป็งคือเดือนสอง ตามการนับทางล้านนา ที่นับเดือนทางจันทรคติ เร็วกว่าภาคกลาง 2 เดือน) ลอยกระทง

ฝ่ายประเทศพม่าก็มีตำนานเหมือนกัน ว่า ครั้งหนึ่งสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช ทรงมีพระประสงค์จะสร้างเจดีย์ให้ครบ 84,000 องค์ แต่ถูกพระยามารคอยขัดขางเสมอ

พระองค์จึงไปขอให้พระอรหันต์องค์หนึ่ง คือพระอุปคุตช่วยเหลือ พระอุปคุตจึงไปขอร้องพระยานาคเมืองบาดาลให้ช่วย พระยานาครับปากและปราบพระยามารจนสำเร็จ พระเจ้าอโศกมหาราชจึงสร้างเจดีย์ได้สำเร็จสมพระประสงค์ แต่นั้นมาเมื่อถึงวันเพ็ญเดือน 12 คนทั้งหลายก็จะทำพิธีลอยกระทงเพื่อบูชาคุณพระยานาค

เรื่องนี้บางแห่งก็ว่า พระยานาคก็คือพระอุปคุตที่อยู่ที่สะดือทะเล และมีอิทธิฤทธิ์มาก จึงปราบมารได้ และพระอุปคุตนี้เป็นที่นับถือของชาวพม่าและชาวพายัพของไทยมาก

ประเพณีลอยกระทงนอกจากจะมีคุณค่าต่อการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อพระผู้มีพระคุณแล้ว ยังมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชม สังคม และศาสนาด้วย เช่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน หรือในบางท้องที่ที่มีการทำบุญก็คือว่ามีส่วนช่วยสืบทอดพระศาสนา และในหลายๆแห่งก็ถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำคลองด้วย

posted in ลอยกระทง | 0 Comments

11th November 2008

ลอยกระทง ประเพณีไทย

ลอยกระทง เป็นพิธีอย่างหนึ่งที่มักจะทำกันในคืนวันเพ็ญ เดือน ๑๒ หรือวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๑๒ อันเป็นวันพระจันทร์เต็มดวง และเป็นช่วงที่น้ำหลากเต็มตลิ่ง โดยจะมีการนำดอกไม้ ธูป เทียนหรือสิ่งของใส่ลงในสิ่งประดิษฐ์รูปต่างๆที่ไม่จมน้ำ เช่น กระทง เรือ แพ ดอกบัว ฯลฯ แล้วนำไปลอยตามลำน้ำ โดยมีวัตถุประสงค์ และความเชื่อต่างๆกัน สำหรับในปีนี้วันลอยกระทงตรงกับวันพุธที่ ๑๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๑

ประเพณี ลอยกระทง มิได้มีแต่ในประเทศไทยเท่านั้น ในประเทศจีน อินเดีย เขมร ลาว และพม่าก็มีการลอยกระทงคล้ายๆกับบ้านเรา จะต่างกันบ้างก็คงเป็นเรื่องรายละเอียด พิธีกรรม และความเชื่อในแต่ละท้องถิ่น แม้แต่ในบ้านเราเอง การลอยกระทงก็มาจากความเชื่อที่หลากหลายเช่นกัน

ทำไมถึงลอยกระทง
การลอยกระทง เป็นประเพณีที่มีมาแต่โบราณ แต่ไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัดว่าปฏิบัติกันมาแต่เมื่อไร เพียงแต่ท้องถิ่นแต่ละแห่งก็จะมีจุดประสงค์และความเชื่อในการลอยกระทงแตก ต่างกันไป เช่น ในเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธศาสนา ก็จะเป็นการบูชาพระเกศแก้วจุฬามณีบนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นบูชารอยพระพุทธบาท ณ หาดทรายริมฝั่งแม่น้ำนัมมทา ซึ่งปัจจุบันคือแม่น้ำเนรพุททาในอินเดีย หรือต้อนรับพระพุทธเจ้าในวันเสด็จกลับจากเทวโลกเมื่อครั้งไปโปรดพระพุทธ มารดา นอกจากนี้ ก็ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อบูชาพระอุปคุตเถระที่บำเพ็ญบริกรรมคาถาในท้องทะเล ลึกหรือสะดือทะเล บางแห่งก็ลอยกระทงเพื่อบูชาเทพเจ้าตามความเชื่อของตน บางแห่งก็เพื่อแสดงความขอบคุณพระแม่คงคาซึ่งเป็นแหล่งน้ำให้มนุษย์ได้ใช้ ประโยชน์ต่างๆ รวมทั้งขอขมาที่ได้ทิ้งสิ่งปฏิกูลลงไป ส่วนบางท้องที่ก็จะทำเพื่อระลึกถึงบรรพบุรุษที่ล่วงลับ หรือเพื่อสะเดาะเคราะห์/ลอยทุกข์โศกโรคภัยต่างๆ และส่วนใหญ่ก็จะอธิษฐานขอสิ่งที่ตนปรารถนาไปด้วย

ประเพณีลอยกระทง นอกจากจะเป็นประเพณีที่มีคุณค่าในเรื่องการแสดงออกถึงความกตัญญูกตเวทีต่อ ผู้มีพระคุณดังที่กล่าวมาแล้ว ประเพณีนี้ยังมีคุณค่าต่อครอบครัว ชุมชน สังคม และศาสานาด้วย เช่น ทำให้สมาชิกในครอบครัวได้ใช้เวลาร่วมกัน ทำให้ชุมชนได้ร่วมมือร่วมใจกันจัดงาน หรือในบางท้องที่ที่มีการทำบุญก็ถือว่ามีส่วนช่วยสืบทอดพระศาสนา และในหลายๆแห่งก็ถือเป็นโอกาสดีในการรณรงค์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในแม่น้ำลำ คลองไปด้วย

posted in ลอยกระทง | 0 Comments

11th November 2008

ลอยกระทง ตัดสิน

ลอยกระทง วันนี้วันตัดสินแล้ว ใครกันแน่ที่จะเป็นคนชนะ ได้แก่

ใครกันแน่จะเป็นผู้ชนะ ผมลุ้นมากมาย ไม่นึกว่าการแข่งขัน ลอยกระทง ครั้งนี้ จะโหดเหี้ยมประมาณนี้

ผมอยากจะไปลอยกระทง ที่ภูเกะ แต่ก็ไปไม่ได้ เพราะว่า มีคนบอกว่า ภูเกะ มีปิศาจลอยกระทง

ที่น่ากลัว ตัวอ้วนพี หัวก็ฟู ผมก้ขาว แล้วก็กัดกระทง ของคนที่ไปลอยกระทง อีกอ้ะ โหดมาก ๆ ๆ ๆ ๆ

โหดจัง โอ้ย เหนื่อยจะพิมพ์อะไรดีเนี่ย หิวข้าว ก็หิว อยากออกไปกดตังค์ ATM ก็อยาก แต่ไปกดไม่ได้ซักที เพราะว่าติดพิมพ์ ๆ อยู่เนี่ย

โอ๊ย *-*

โดย เด็กฝึกงาน

posted in ลอยกระทง | 0 Comments

10th November 2008

ลอยกระทง สถานที่จัดงานลอยกระทง

ความเป็นมา

ประเพณีลอยกระทง ตรงกับวันเพ็ญ (วันขึ้น 15 ค่ำ) เดือน 12 (ตามปฏิทินทางจันทรคติ) ประมาณเดือนพฤศจิกายน ประเพณีนี้ กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อแม่พระคงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัม ทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก

สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) จัดเทศกาล “สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง” เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน นอกจากจะมีกิจกรรมเด่น ในหลายพื้นที่ เช่น งานลอยกระทงกรุงเทพมหานคร, ประเพณีลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จังหวัดสุโขทัย, ประเพณียี่เป็ง จังหวัดเชียงใหม่, ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวงฯ จังหวัดตาก และประเพณี ลอยกระทงตามประทีป จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้แล้วยังเป็นการส่งเสริมประชาสัมพันธ์งานประเพณีลอยกระทงให้เป็นสินค้าทางการท่องเที่ยวในระดับนานาชาติ World Events เพื่อสร้างแรงจูงใจในการเดินทางของนักท่องเที่ยวตลอดเดือนต่อไป

กิจกรรมเด่นของจังหวัดต่างๆ

กรุงเทพมหานคร

สีสันแห่งสายน้ำ มหกรรมลอยกระทง
จัดเป็นงานส่งเสริมการท่องเที่ยวทางน้ำตลอดทั้งเดือนพฤศจิกายน 2551บริเวณริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา ด้วยกิจกรรมที่สร้างสีสันหลากหลาย ประกอบด้วย

- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2551
- สถานที่จัดงาน: บริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา (สะพานกรุงเทพ-สะพานกรุงธน) กรุงเทพมหานคร
- กิจกรรม: ชมฟรี ขบวนเรือประดับไฟฟ้า “สายน้ำสายวัฒนธรรม” และขบวนเรือประเพณีลอยกระทง ชิงเงินรางวัลกว่า 1.500.000 บาท ระหว่างวันที่ 8-12 พฤศจิกายน 2551 เวลา 19.30 - 22.00 น. บริเวณริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา สะพานกรุงเทพถึงสะพาน
กรุงธน กรุงเทพมหานคร

สัมผัสบรรยากาศพิเศษสุดของงานลอยกระทงในแบบฉบับกรุงรัตนโกสินทร์ชมฟรี ระหว่างวันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2551 เวลา 18.30 - 21.30 น. ณ บริเวณสวนสันติชัยปราการ กรุงเทพมหานคร อิ่มอร่อยกับอาหารนานาชนิด

ชมขบวนเรือประดับไฟฟ้าในมุมมองที่ดีที่สุด ดื่มด่ำกับการแสดงศิลปวัฒนธรรม บรรยากาศตลาดย้อนยุคท่องเที่ยวทางน้ำตามรอยพระราชอาคันตุกะ และไหว้พระ 9 วัด ชมสีสันของแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืนกับสมาคมเรือไทย ร้านอาหาร โรงแรม ริมสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตลอดทั้งเดือน พฤศจิกายน 2551 พบกับโปรแกรมพิเศษสุด

- ข้อมูลเพิ่มเติม : โทร 1672 หรือ กองสร้างสรรค์กิจกรรม ฝ่ายกิจกรรม ททท. โทร 02-250-5500 ต่อ 3470 - 3478

จังหวัดสุโขทัย

ประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟ
เป็นประเพณีบูชาด้วยประทีปที่มีมาแต่ครั้งกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี ตามที่ปรากฏหลักฐานในหลักศิลาจารึกพ่อขุนราม คำแหงหลักที่ 1 มีข้อความกล่าวถึง การเผาเทียน เล่นไฟ ว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่อลังการที่สุดของอาณาจักรสุโขทัย เมื่อกว่า 700 ปีก่อน ซึ่งได้คลี่คลายมาเป็นประเพณีลอยกระทง เผาเทียน เล่นไฟในปัจจุบัน โดยมีการแสดงแสง-เสียง จำลองบรรยากาศงานเผาเทียน เล่นไฟสมัยสุโขทัย ให้ผู้คนทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศได้ชื่นชม

- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 10 - 12 พฤศจิกายน 2551
- สถานที่จัดงาน: บริเวณอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย อำเภอเมือง จังหวัดสุโขทัย
- กิจกรรม: ตระการตากับขบวนแห่กระทงใหญ่ จากหน่วยงานต่าง ๆ อีกมากมาย ขบวนโคมชักโคมแขวน การแสดงพลุ ดอกไม้ไฟไทยโบราณ เช่น พลุ ตะไล ไฟพะเนียง ไฟกังหัน โคมลอย ฯลฯ ประกวศนางนพมาศ การแสดงแสง-เสียง “รุ่งอรุณแห่งความสุข” การแสดงศิลปวัฒนธรรมประเพณีสุโขทัย ประกวดกระทงและร่วมลอยกระทง ร่วมพิธีอาบน้ำเพ็ญ ในคืนเดือนเพ็ญ ณ เมืองเก่ากรุงสุโขทัย

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
ททท. สำนักงานสุโขทัย โทร 0 5561 1196
เว็บไซต์ http://www.tat.or.th./north3
รับผิดชอบโดย สำนักงาน ททท. ภาคเหนือเขต 3 (พิษณุโลก) ร่วมกับจังหวัดสุโขทัยและกรมศิลปากร

จังหวัดเชียงใหม่

ประเพณียี่เป็ง
เป็นงานประเพณี อันยิ่งใหญ่แห่งดินแดนล้านนา ที่ได้ปฎิบัติสืบทอดกันมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาล “ยี่เป็ง” หรือวันเพ็ญเดือนยี่ของชาวล้านนา ตรงกับวันเพ็ญเดือน 12 ของภาคกลาง อันเป็นช่วงปลายฤดูฝน ต้นฤดูหนาว อากาศปลอดโปร่งท้องฟ้าแจ่มใส ธรรมเนียมปฎิบัติของชาวล้านนาอย่างหนึ่งนอกเหนือจากการลอยกระทงในแม่น้ำก็คือ การจุดประทีปโคมลอยขึ้นไปสว่างไสวบนท้องฟ้า โดยมีคติความเชื่อว่า เพื่อบูชาพระเกตุแก้วจุฬ ามณี บนสรวงสวรรค์ หรือบ้างก็เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ หรือสะเดาะเคราะห์ ให้เกิดความเป็นมงคลแก่ชีวิต

- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 8 - 12 พฤศจิกายน 2551
- สถานที่จัดงาน: บริเวณข่วงประตูท่าแพ ริมฝั่งแม่น้ำปิง หน้าเทศบาลนครเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
- กิจกรรม: ตื่นตากับโคมลอย ขบวนแห่โคมไฟ ขบวนประกวดกระทง ประกวดเทพียี่เป็ง และการแสดงแสง-เสียงกลางลำน้ำปิงกิจกรรมลอยกระทงย้อนเวลาหาวิถีล้านนาไทยในอดีต การแสดงศิลปะพื้นบ้านล้านนา การออกร้านจำหน่ายสินค้าหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
ททท. สำนักงานเชียงใหม่ 0 5324 8604, 0 5324 8607
เว็บไซต์ http://www.tatchiangmai.org
รับผิดชอบโดย สำนักงาน ททท ภาคเหนือ เขต 1 (เชียงใหม่) ร่วมกับจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดตาก

ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง
เป็นประเพณีเก่าแก่ของชาวจังหวัดตาก มีเอกลักษณ์เฉพาะ แตกต่างจากที่อื่น ๆ คือ การใช้กะลามะพร้าวเป็นองค์ประกอบหลักของกระทง ด้วยเหตุที่ชาวจังหวัดตากนิยมประทาน “เมี่ยง” เป็นอาหารว่าง และผลิตเป็นสินค้าพื้นเมืองที่สำคัญ ทำให้ต้องใช้เนื้อมะพร้าวเป็นจำนวนมาก เพื่อเป็นไส้เมี่ยง และมีกะลาเป็นส่วนที่เหลือใช้ ครั้นเมื่อถึงเทศกาลลอยกระทง ชาวบ้านก็จะนำกะลามะพร้าวมาประดิษฐ์เป็นกระทง แล้วจุดไฟปล่อยให้ ลอยไหลเป็นสายไปตามความคดโค้งของร่องน้ำปิง กลายเป็นสายประทีปนับพันดวงทอดยาวไปในลำน้ำ นับเป็นภาพตระการตาหาชมได้ยากยิ่ง

ประเพณีบูชาสายน้ำในประเพณีลอยกระทงของชุมชนลุ่มน้ำปิง - วัง แห่งเมืองตาก ที่มีเอกลักษณ์โดดเด่นแตกต่างจากท้องถิ่นอื่นๆ และเป็นที่รู้จักกันดีในนาม “ “ประเพณีลอยกระทงสายไหลประทีปพันดวง” นั้น สำหรับปี 2551 นี้ จังหวัดตาก จะจัดให้มีกิจกรรมดีๆ ให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมมากและนานกว่าทุกๆ ปี

- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 8 - 12 พฤศจิกายน 2551
- สถานที่จัดงาน: บริเวณแม่น้ำปิง ริมสายธารลานกระทงสาย อำเภอเมือง จังหวัดตาก
- กิจกรรม: สัมผัสบรรยากาศและร่วมเชียร์การแข่งขันประกวดกระทงสายชิงถ้วยพระราชทาน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ การจัดลอยประทีปของพระบรมวงศานุวงศ์ ขบวนแห่กระทงพระราชทานและพระประทีปพระราชทาน การตกแต่งประดับไฟในบรรยากาศกระทงสาย การแสดงแสง-เสียง พลุ ดอกไม้ไฟ และม่านน้ำ ชุด “ตำนานกระทงสาย” การจัดลอยกระทงที่ยาวที่สุด การแสดงทางวัฒนธรรมพื้นบ้าน อาหารพื้นเมือง และการออกร้านจำหน่ายสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์

- ข้อมูลเพิ่มเติม : ททท. สำนักงานตาก โทร 05551 4341 - 3

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ลอยกระทงตามประทีป (ศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ)
ในอดีตสมัยกรุงศรีอยุธยา ปรากฏหลักฐานในจดหมายเหตุว่ามี “พระราชพิธีชักโคม ลอยพระประทีป” ซึ่งได้ว่างเว้นไปในคราวเสียกรุง เหลือแต่เพียงประเพณีของราษฎร ซึ่งในปัจจุบันได้มีการรื้อฟื้น และจำลองพระราชพิธีดังกล่าว เพื่อให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้สัมผัสกับบรรยากาศของราชสำนัก ซึ่งนับเป็นงานลอยกระทงที่ยิ่งใหญ่งานหนึ่งของประเทศ

- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 12 พฤศจิกายน 2551
- สถานที่จัดงาน: บริเวณอทุยานประวัติศาสตร์พระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
- กิจกรรม: เชิญร่วมลอยกระทงในรูปแบบสมัยกรุงศรีอยุธยา ชมการแสดงศิลปวัฒนธรรมไทยพื้นบ้าน การออกร้านจำหน่ายอาหารและสินค้าในบรรยากาศตลาดย้อนยุค พร้อมชมมหรสพต่าง ๆ มากมาย ลอยกระทง 4 มุมเมือง บริเวณป้อมเพชร บริเวณใต้สะพานปรีดีธำรง บริเวณหน้าพระราชวังจันทรเกษม และบริเวณเจดีย์ศรีสุริโยทัย

ร่วมลอยกระทง ๔ มุมเมืองพระนครศรีอยุธยา ประกวดกระทงและนางนพมาศ ชมการแสดงของนักเรียน

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่
ศูนย์ท่องเที่ยวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โทร 0 3532 2730 - 1
เว็บไซท์ http://www.tat.or.th/central6
รับผิดชอบโดย สำนักงาน ททท. ภาคกลางเขต 6 (พระนครศรีอยุธยา) ร่วมกับศูนย์ศิลปาชีพบางไทรฯ, จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

จังหวัดสงขลา

การแสดงโคมไฟเฉลิมพระเกียรติ สีสันเมืองใต้
- กำหนดการจัดงาน: วันที่ 1 พฤศจิกายน 2551 – วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2552
และวันลอยกระทงร่วมสมัยวันที่ 12 พฤศจิกายน 2551
- สถานที่จัดงาน: ณ สวนสาธารณะเทศบาลนครหาดใหญ่ อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา
- กิจกรรม: ตระการตากับงานลอยกระทงร่วมสมัย และการแสดงโคมไฟ “7 โซนมหัศจรรย์” ประกอบด้วยมหัศจรรย์โคมไฟ จินตนาการโลกของเด็ก มหัศจรรย์โคมไฟกลางน้ำ มหัศจรรย์โลกของสัตว์ มหัศจรรย์โคมไฟนานาชาติ มหัศจรรย์โคมไฟจื้อกงหรือโคมไฟชุดพิเศษ มหัศจรรย์โคมไฟโลกสัตว์ปีก มหัศจรรย์โคมไฟประติมากรรม นิทรรศการเกี่ยวกับโคมไฟทั้งไทยและต่างประเทศ และการแสดงทางวัฒนธรรม

สอบถามรายละเอียด : ททท. สำนักงานหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา โทร 0 7423 1055, 0 7423 8518

posted in ลอยกระทง | 0 Comments

10th November 2008

ลอยกระทง ประวัติลอยกระทง

วันลอยกระทง เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวไทย ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 ตามปฏิทินจันทรคติไทย ตามปฏิทินจันทรคติล้านนา “มักจะ” ตกอยู่ในราวเดือนพฤศจิกายน ตามปฏิทินสุริยคติ ประเพณีนี้กำหนดขึ้นเพื่อเป็นการสะเดาะเคราะห์และขอขมาต่อพระแม่คงคา บางหลักฐานเชื่อว่าเป็นการบูชารอยพระพุทธบาทที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมทามหานที และบางหลักฐานก็ว่าเป็นการบูชาพระอุปคุตอรหันต์หรือพระมหาสาวก สำหรับประเทศไทยประเพณีลอยกระทงได้กำหนดจัดในทุกพื้นที่ทั่วประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณที่ติดกับแม่น้ำ ลำคลอง หรือ แหล่งน้ำต่าง ๆ ซึ่งแต่ละพื้นที่ก็จะมีเอกลักษณ์ที่น่าสนใจแตกต่างกันไป

ในวันลอยกระทง ผู้คนจะพากันทำ “กระทง” จากวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ ตบแต่งเป็นรูปคล้ายดอกบัวบาน ปักธูปเทียน และนิยมตัดเล็บ เส้นผม หรือใส่เหรียญกษาปณ์ลงไปในกระทง แล้วนำไปลอยในสายน้ำ (ในพื้นที่ติดทะเล ก็นิยมลอยกระทงริมฝั่งทะเล) เชื่อว่าเป็นการลอยเคราะห์ไป นอกจากนี้ยังเชื่อว่าการลอยกระทง เป็นการบูชาพระแม่คงคาด้วย

จาก wikipedia

posted in ลอยกระทง | 0 Comments

8th November 2008

ลอยกระทง ปิศาจ ลอยกระทง ภาค 2

ลอยกระทง ปิศาจ ลอยกระทง ภาค 2

ลอยกระทง ประสบการณ์ พบปิศาจ ลอยกระทง ในวันลอยกระทง อันตราย ! พบปิศาจลอยกระทงโผล่ แถว ๆ สถานที่ลอยกระทง แหล่งใหญ่ ๆ ทั่วกรุงเทพ เตือน นักท่องเที่ยว ระวัง ตัว ด่วน !

งานลอยกระทง ของวัน เพ็ญ เดือนสิบสอง เมื่อสองปีที่แล้ว ที่ มหาวิทยาลัย แห่งหนึ่ง แถว ๆ สยาม

จำได้ว่า วันนั้น ผมสะพายกล้อง handycam เดินทางไปด้วย จิตใจ ที่เปี่ยมไปด้วยความหวัง ที่จะได้มีอะไรดี ๆ เกิดขึ้นในวัน ลอยกระทง

นัดกันไว้ ทุ่มครึ่ง แต่จำได้ว่า ผมแต่งตัว เตรียมไปงาน ลอยกระทง ตั้งแต่ 4 โมงเย็น

ไปถึงตอน ห้าโมงนิด ๆ เลยไปเดินเตร็ดเตร่ แถว ๆ มาบุญครอง เดินดู มือถือ เดินไปชั้นเกมส์ พอ 6 โมงนิด ๆ ก็เดินไป แถว ๆ จุดนัดหมาย

และแล้ว ปิศาจ ลอยกระทง ก็โผล่ขึ้นมา ผมเห้นมันกำลัง กัดกระทง ของเพื่อน ๆ ที่มาลอยกระทง กันอยู่ !!

ตอนนั้นผมตกใจมาก อยากจะวิ่ง แต่ขามันไม่มีแรง ผมเลย หยิบ กล้อง handy cam ในมือ ออกมาถ่าย ภาพของ ปิศาจ ลอยกระทง
ที่กำลังกัดกระทง ที่ลอยอยู่ในน้ำ

ปิศาจ ลอยกระทง ที่อยู่ในน้ำ ทีแรกผมนึกว่า มันมีตัวเดียว แต่พอผม ดูชัด ๆ มันมีหลายตัว ครับ ตัวหัวหน้ามัน หัวฟู ๆ เดินสองขา
ลอยกระทง ส่วนตัวลูกน้อง มันก็ขนฟู ๆ เดิน 4 ขา ( ดังรูป )
ลอยกระทง

ชาวบ้านที่อยู่ใน เหตุการณ์ขณะนั้น ถึงกับหวีดร้องอย่างตกใจ ลูกเล็กเด็กแดง ก็ร้องไห้กันกระจองอแง

นั่นคือเหตุการณ์ วัน ลอยกระทง ที่น่ากลัวที่สุด และทำให้ผม ลืมไม่ลง

พอวันนั้นผมกลับไปบ้าน ก็รีบไปดูข่าว ลอยกระทง ในทีวี ทันที แต่ที่ไหนได้ ไม่ว่าจะเปิดดูช่องไหน ก็ไม่มีข่าว ปิศาจ ลอยกระทง อาละวาดในวัน ลอยกระทงเลย

ผมแปลกใจมาก ว่าทำไม รัฐบาล ถึงต้องพยายาม ปิดข่าว ทั้ง ๆ ที่มันเป็นเรื่องร้ายแรง ต่อกระทง ที่พวกเรานำไปลอยด้วย

ดังนั้น ผมจึงเตรียมตัว ที่จะเปิดเผยเรื่องราว ของ ปิศาจ ลอยกระทง ให้โลกได้รับรู้

( ติดตามต่อภาค 3 )
tags

ลอยกระทง

posted in ลอยกระทง | 1 Comment

8th November 2008

ลอยกระทง ปิศาจลอยกระทง tinnoi

ลอยกระทง ปิศาจ ลอยกระทง

ลอยกระทง

ลอยกระทง อันตราย ! ระวังปิศาจ ลอยกระทง เข้ามากัดกินกระทงของพวกท่าน ด่วน !! อ่านวิธีการกำจัดปิศาจลอยกระทง ที่จะเข้ามาทำร้ายกระทง ของพวกท่าน และดาวน์โหลด ภาพปิศาจ ลอยกระทง ฟรี
ลอยกระทง ระวัง tinnoi ปิศาจ ลอยกระทง!

ภูเกะ - เกษตรจังหวัดภูเกะ เตือนชาวไทย ที่ชอบลอย ๆ อะไร ในช่วง วันเพ็ญ เดือนสิบสอง ในขณะที่น้ำนองเต็มตลิ่ง ทุกคนว่า
ให้ระวัง ช่วงนี้ ปิศาจ ลอยกระทง อาละวาด !!

นายสมชาย ลิ้มทองคำแท่ง เกษตรกร ยากจน จังหวัด ภูเกะ กล่าวว่า ในทุก ๆ ปี จะมีเทศกาล ที่ชาวไทย ส่วนใหญ่ เกิดพฤติกรรม
ชอบ เอากระทง ไปลอย ๆ ในแหล่งแม่น้ำลำคลอง หรือที่ มนุษย์ต่างดาว มักเรียกกันว่า วันลอยกระทง นั้น
มักมีปิศาจ ลอยกระทง ( ตามรูป ) โผล่ออกมา กัดกินกระทง ที่ชาวบ้าน ลอย ๆ กัน

ลอยกระทง

โดย ปิศาจลอยกระทง จะเข้ามาทำลาย กระทง โดยการ กัดบริเวณ กลีบกระทง และ ฐานกระทง เพื่อกินเป็นอาหารทำให้ กระทง ที่ท่านนำไปลอย มันจะจมครับท่าน ดังรูป ที่ 2

ลักษณะการจมจะค่อย ๆ จม ไม่ค่อยรุนแรง ขึ้นอยู่กับ ปัจจัยภายนอก และนักลงทุนชาวต่างชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ !!
( ไม่เกี่ยวกับ ลอยกระทง เลย )

นายสมชาย แนะนำให้ เกษตรกร และชาวบ้าน ที่ชอบเอา อะไรไปลอย ๆ ในวัน ลอยกระทง ว่า การจะกำจัด พวกปิศาจ ลอยกระทง นั้น
สามารถทำได้ โดยการรณรงค์ ล้อมตี ปิศาจ ลอยกระทง เพื่อให้เข็ดหลาบ แต่ไม่ควรจะตีแรง ตีพอให้น่วม ๆ ก็พอ

ลอยกระทง

นายสมชาย กล่าวอีกว่า การใช้ กรงดักปิศาจ ลอยกระทง ก็เป็นวิธีการที่ได้ผลดี อีกวิธีหนึ่ง แต่เกษตรกร ต้องเลือก เหยื่อให้เหมาะสม เช่น กระทงทำจาก ลวดหนามและสังกะสี เพื่อให้บาดปาก ของ ปิศาจ ลอยกระทง
จากการทดลอง ของชาวบ้าน บางกลุ่ม ได้ทดลองดัก ปิศาจ ลอยกระทง ปรากฎว่าได้ผลดี เกษตรกรที่สนใจ หรือมีปัญหา ปิศาจ ลอยกระทง ระบาด ตามแม่น้ำลำคลอง ที่เรา ๆ เอาอะไรไปลอย ๆ ในวัน ลอยกระทง น่าจะทดลองดู เพราะ เป็นภูมิปัญญาของคนใต้ ที่นำทรัพยากรที่มีอยู่รอบตัว มาใช้ กำจัดปิศาจ ได้

—————————————————————

tags :

ลอยกระทง

วันลอยกระทง

ปิศาจลอยกระทง

posted in ลอยกระทง | 1 Comment

4th November 2008

สิ่งที่คุณทานให้ประโยชน์หรือโทษกันแน่

   
ทานกะหล่ำปลีดิบมีพิษนะ
ในกะหล่ำปลีดิบจะมีสารพิษที่เรียกว่า กอยโตรเจน (Goibrogen)
ซึ่งเป็นสารที่จะไปกันไม่ให้ต่อมไทรอยด์จับไอโอดีน
ไปสร้างเป็น ฮอร์โมนไทร๊อกซิน (Thyroscine) ได้
ซึ่งผลที่เกิดขึ้นคือ จะทำให้เกิดเป็นโรคคอหอยพอก
แต่สารพิษเหล่านี้จะถูกทำลายได้ โดยการต้ม
จึงควรรับประทานกะหล่ำปลีสุกจะดีกว่ากะหล่ำปลีดิบ
ถั่วงอกดิบมีโทษครับ
ในผักสดบางชนิดมีสารพิษที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ เช่น ในถั่วงอก
มีสารพิษพวกที่เรียกว่าไฟเตต ซึ่งเมื่อกินเข้าไปจะไปจับแร่ธาตุบางชนิดที่อยู่ในอาหาร
ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมแร่ธาตุเหล่านั้นเข้าร่างกาย
ร่างกายจะเป็นโรคขาดแร่ธาตุ
สารพิษเหล่านี้สามารถทำลายได้โดยการต้ม

ไอศกรีม อาหารขยะ
ไอศกรีมบางยี่ห้อ บางผู้ผลิต ใช้ไขมันที่เหลือจากโรงฆ่าสัตว์ แทน
และได้ใส่ส่วนผสมสังเคราะห์ จากสารเคมีต่าง ๆ ดังนี้
1. ไดอิธิลกลูคอล ( diethyl glucol )
..สารเคมีราคาถูก ใช้ตีไขมัน
ให้กระจาย แทนการใช้ ่ไข่ เป็นสารกันเยือกแข็ง ที่ใช้กันน้ำแข็ง (anti freeze) และผสมในน้ำยากัดสี
2. อัลดีไฮด์ - ซี71 ( aldehyde-C71 )
.. ใช้สร้างกลิ่น เชอร์รี่
ให้ไอศกรีมเป็นของเหลวติดไฟง่าย และยังนำไปใช้ทำสีอะนิลีน พลาสติกและยาง
3. ไปเปอร์โอรัล ( piperoral )
..ใช้แทนวานิลลา เป็นสารเคมีที่ใช้ฆ่าเหาและหมัด
4. อิธิลอะซีเตท (ethyl acetate )
.. ใช้สร้างกลิ่นรสสับปะรด
ใช้เป็นตัวทำความสะอาดหนังและผ้าทอ กลิ่นของสารเคมีตัวนี้
ทำให้เกิดโรคปอดเรื้อรัง ตับ และหัวใจผิดปกติ
5. บิวธีรัลดีไฮด์
( butyraldehyde) ใช้สร้างกลิ่นรสเมล็ดในผล
ไม้เปลือกแข็ง เป็นสารประกอบสำคัญในกาวยาง
6. แอนนิล อะซีเตท
( anyle acetate) ใช้สร้างกลิ่นรสกล้วยหอม
เป็นสารทำลายใช้ล้างไขมัน
7. เบนซิล อะซีเตท(benzyle acetate)
ใช้สร้างกลิ่นและรสสตรอเบอร์รี่

จึงควรรับประทานถั่วงอกสุขดีกว่าถั่วงอกดิบ

posted in เคล็ดลับคู่ครัว | 0 Comments

4th November 2008

กันขโมยแบบไหนที่คุณใช้บ่อย (ต่อ2)

ได้เสนอแบบกันขโมยที่หาดูยากสมัยนี้แต่เป็นที่นิยมในสมัยก่อนไปแล้ว 3 แบบ

วันนี้มาดูกันต่อว่า กันขโมยแบบไหนที่คุณเอามาประยุกต์ใช้กะ(แฟน)คุณได้มั้ง

แบบที่4 กันขโมยแบบหน่วงเหนี่ยว(กันล้อเลื่อน)

แบบที่5 กันขโมยแบบหลิวเต่อหัว(ของข้าใครอย่าแตะ)

แบบที่6 กันขโมยแบบทาสรับใช้(กว่าจะแกะออก)

ส่วนแบบกันขโมยอีก 4 แบบ หลังลอยกระทงเรามาดูกาน

posted in กันขโมย | 0 Comments

30th October 2008

ลอยกระทง

ลอยกระทง เทศกาล วันลอยกระทง ในวันเพ็ญ เดือนสิบสองของทุกปี

ดังคำทำนายของ นักปราชญ์ เป๋า จี้ กิ่ม ที่กล่าว เอาไว้ว่า วันเพ็ญเดือน สิบสอง น้ำจะนอง เต็มตลิ่ง พวกเราทั้งหลายชายหญิง
สนุก กันจริง วันลอยกระทง ลอย ๆ กระทง ลอย ลอยกระทง ลอยกระทง กันแล้ว ขอเชิญน้องแก้ว ออกมารำวง
รำวง วันลอยกระทง รำวง วันลอยกระทง ฝนจะส่ง ให้เรา สุกไหม้

ซึ่งเป็นจริง ดั่งที่นักปราชญ์ ลึกลับท่านนี้ได้กล่าวไว้ ทำให้ เกิดเป็นแรงบันดาลใจ ให้แก่ ศิลปินไทย หลายคน
ที่นำ คำพูดของนักปราชญ์ ท่านนี้ มาร้อยเรียง เป็นเพลง ลอยกระทง ให้พวกเราได้ฟังกันครับ

posted in ลอยกระทง | 3 Comments

28th October 2008

กันขโมยแบบไหนที่คุณใช้บ่อย

กันขโมย คือการที่เราป้องกันการโจรกรรมก่อนการเกิดเหตุ(ที่ไม่อยากให้เกิด)แต่จะมีวิธีกันขโมยวิธีไหน….

ที่ใช้กันขโมยหากไม่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัย(ปัจุบันนี้) มาดูกัน

ระบบกันขโมยรุ่นล่าสุดที่ถูกคิดค้นได้ตอนนี้ มีทั้งหมด 15 แบบ      

 

แบบที่1 กันขโมยลดภาวะโลกร้อน

แบบที่2 กันขโมยรถน้ำหนักเบา(สปเดอร์แมนยังอาย)

แบบที่3 กันขโมยก่อนมะลิบาน(พวงมาลัยร้อน)

ส่วนที่เหลือโปรดติดตามตอนต่อไปจะนำเสนอ กันขโมยที่..?

posted in news | 0 Comments

27th October 2008

กันขโมยได้อย่างเดียว

พลอย กะโดม คุยกาน  (ป้องกันขโมยเรือนหอ)

พลอย:  เราจะมีวิธีกันขโมย บ้านใหม่เรือนหอเรายังไงดี

โดม:  ไม่เห็นอยากเลยเราก็หากล้องวงจรปิดมาติดซิพลอยจ๋า

พลอย:  มันจะกันขโมยได้ 100% เหรอโดม

โดม:  ได้ซิ..กล้องวงจรปิดกันขโมย จับได้ทุกช็อตทุกมุม

พลอย:  แล้วงี้เวลาเราอยู่ในห้องนอน 2 คนละ(..!?.)

พลอย:  ยิ่งตอนนี้คลิปหลุดตกเป็นข่าวกันออกบ่อยอะโดม..

โดม:  ถ้าคลิปหลุดเห็นพลอยกะโดมก็ไม่แปลก เพราะกล้องวงจรปิดมันจับผีผ้าห่มไม่ได้นะซิ..?

พลอย: ..!?..# !..?

posted in กันขโมย | 0 Comments

24th October 2008

ระบบ กันขโมย สำหรับร้านค้าตอนที่ 2

รูปแบบของระบบสัญญาณ กันขโมย

                แต่ละสถานที่ก็จะมีความต้องการระบบสัญญาณ กันขโมย ที่แตกต่างกัน

                รูปแบบการใช้งานระบบ กันขโมย แบบพื้นฐานที่สามารถเลือกซื้อได้มีดังต่อไปนี้

(1)     ใช้รูปแบบฉลากแบบอ่อนอย่างเดียว (เช่นร้านหนังสือ ห้องสมุดเป็นต้น) :ฉลากแบบอ่อน+เครื่องอ่านรหัส+เสาสัญญาณตรวจสอบของระบบ กันขโมย

(2)     ใช้รูปแบบฉลากแบบแข็งอย่างเดียว (เช่นร้านเสื้อผ้า ร้านขายเทปเป็นต้น) : ฉลากแบบแข็ง+เครื่องถอดรหัส+เสาสัญญาณ กันขโมย

(3)     ใช้รูปแบบทั้งฉลากทั้งแบบอ่อนและแบบแข็ง (เช่นซุปเปอร์มาเก็ต ห้างสรรพสินค้า ซุปเปอร์สโตร์) : : ฉลากแบบอ่อนและแบบแข็ง +เครื่องอ่านรหัส+เครื่องถอดรหัส+เสาสัญญาณ

posted in กันขโมย | 0 Comments

24th October 2008

ระบบ กันขโมย สำหรับร้านค้าตอนที่ 1

ระบบสัณญาณ กันขโมย (Electronic Article Surveillance)เรียกย่อ ๆ ว่า EAS

โครงสร้างของระบบ กันขโมย จะแบ่งออกเป็นสามส่วนดังนี้

(1)     สัญญลักษณ์ กันขโมย

จะแบ่งเป็นฉลากแบบอ่อน (บาร์โค๊ด) และแบบแข็ง

ฉลากแบบอ่อนจะมีลักษณะเป็นแผ่นพลาสติกนิ่ม ใช้ติดบนสินค้า และบนฉลากจะพิมพ์รหัสเป็นลายเส้นที่ดูเหมือนรหัสราคาสินค้าทั่ว ๆ ไป

ฉลากแบบแข็งจะมีลักษณะที่คงทนและไม่สามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย เช่นติดกับเสื้อโดยใช้เข็มกลัด

กระเป๋า รองเท้า ของเล่นต่าง ๆ เป็นต้นฉลากแบบแข็งนี้สามารถนำกลับมาใช้ซ้ำได้
(2)     เครื่องอ่านรหัสและเครื่องถอดรหัสของระบบ กันขโมย

เครื่องอ่านรหัสจะใช้กับฉลากแบบอ่อน โดยปกติจะติดตั้งที่จุดชำระเงิน โดยจะใช้แบบหนึ่งต่อหนึ่ง ( หนึ่งเครื่องต่อหนึ่งจุดชำระเงิน) หรือ หนึ่งต่อสอง( หนึ่งเครื่องต่อสองจุดชำระเงิน)

เครื่องถอดรหัสจะใช้กับฉลากแบบแข็ง จะติดตั้งให้กับจุดชำระเงินทุก ๆ จุด

(3)    เสาสัญญาณตรวจสอบ

ใช้สำหรับการตรวจสอบฉลากทั้งแบบอ่อนและแบบแข็งที่ยังไม่ได้ถูกอ่านรหัส และถอดรหัส ประกอบด้วยเสาอากาศที่ส่งสัญญาณและรับสัญญาณ โดยปกติจะติดตั้งที่จุดชำระเงินตรงช่องทางออก จะมีการติดตั้งแบบหนึ่งต่อหนึ่ง (ติดตั้ง 1 ชุดต่อหนึ่งจุดชำระเงิน) และ แบบทางออกรวม (ติดตั้งหนึ่งชุดต่อหนึ่งทางออก คือหลาย ๆ จุดชำระเงินใช้ทางออกเดียวกัน)

ขณะที่ลูกค้านำสินค้าที่ติดสัญญลักษณ์กันขโมยมาที่จุดชำระเงิน พนักงานเก็บเงินจะทำการอ่านรหัสที่ฉลากแบบอ่อน และทำการถอดรหัสจากฉลากแบบแข็ง เมื่อผ่านการกระทำดังกล่าวก็จะไม่เกิดสัญญาณ กันขโมย ขณะที่เดินผ่านช่องทางออก ทางกลับกันหากนำสินค้าออกไปโดยไม่ผ่านการอ่านรหัสหรือถอดรหัสจากจุดชำระเงิน เมื่อเดินผ่านช่องทางออก เสาสัญญาณจะทำการตรวจสอบพบและส่งสัญญาณแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที ทั้งหมดนี้เป็นหลักการทำงานของระบบดังกล่าว

posted in กันขโมย | 0 Comments

22nd October 2008

การเลือก สร้อยคอ ให้เข้ากะหน้า (เกิดชัวร์)

สาวๆ ที่กำลังจะเลือกซื้อ สร้อยคอ มาดูเคล็ดลับพร้อมเทคนิคการเลือกสร้อยคอให้เข้ากับใบหน้าหน่อยจ๊ะ…

 นอกจากเราจะเลือกให้เหมาะกับชุด และสไตล์ของเราแล้ว สิ่งที่สำคัญอีกอย่างที่ต้องคำนึงถึงก็คือ “ขนาด”

     ใช่แล้วครับ ขนาดของสร้อยคอ ที่เราจะหยิบมาmatch กับชุดนั้น สำคัญไม่แพ้กับรูปแบบ เช่น ถ้าคุณเป็นคนรูปร่างใหญ่ สร้อยคอก็อย่าให้เล็กมากนัก และในทางตรงกันข้ามถ้าคุณตัวเล็ก ก็หยิบสร้อยคอชิ้นที่ใหญ่นิดนึง ก็จะช่วยพรางสายตาได้ครับ

     ส่วนเรื่องของรูปแบบนั้น ก็ช่วยได้ครับ อย่างในกรณีที่ คุณเลือกสร้อยคอ ที่มีความยาว ก็จะช่วยให้ดูช่วงคอ และใบหน้าดูยาวขึ้น

ถ้างั้นเรามาดูกันเลยว่า สร้อยคอรูปแบบไหน เหมาะกับรูปหน้าลักษณะใดครับ


  
*
สาวหน้ากลม คอสั้น และหน้าอกเต็ม   แนะนำให้ใส่สร้อยคอที่ยาวลงมาถึงกิ่งกลางหน้าอกเป็นรูปตัววี

*สาวหน้ารูปหัวใจและหน้าเหลี่ยม เหมาะกับสร้อยคอทรงกลม

*สร้อยคอแบบยาว ใส่แล้วจะดูสูงขึ้น เหมาะกับ สาวคอสั้น ไหล่กว้าง และตัวสั้น

*สาวที่มีหน้าอกใหญ่หรือพุงยื่นออกมา โดยไม่ได้ตั้งใจ ไม่ควรสวมสร้อยคอยาว เพราะจะยิ่งเน้นให้ช่วงนั้นดูเดนมากกว่าเดิม ดังนั้นหาสร้อยคอที่ยาวประมาณช่วงหน้าอกมาใส่จะดูดีกว่า

*สร้อยคอที่ยาวประมาณช่วงหน้าอก กับเอวจะช่วยพรางให้ สาวตัวเตี้ย ดูสูงขึ้นได้บ้าง (ถ้าผู้หญิงคนนั้นตัวไม่อ้วนตัวจนเกินไปด้วย)

*สาวคอยาว ใส่สร้อยคอชนิดสวมติดคอ หรือที่เรียกว่า โชกเกอร์ จะดูดีมากครับ แต่สาวเอวสั้น หน้าอกใหญ่ สาวหน้ากลมและสาวหน้าเหลี่ยมไม่ควรใส่นะครับ